งานบริการสอบเทียบเครื่องวัดรังสี










สอบเทียบรังสีแกมมา
(Cs-137)
สอบเทียบรังสีแกมมา
(Cs-137 and Co-60)
สอบเทียบรังสีเอกซ์
(40kV - 300kV)



สอบเทียบเครื่องวัดความเปรอะเปื้อนทางรังสี
(Sr-90, Cl-36, Am-241)
ทดสอบนิวตรอน
(AmBe-241)
สอบเทียบรังสีบีตา
(Sr-90, Kr-85, Pm-147)

ทดสอบการลดทอนรังสี
ขั้นตอนขอรับบริการ
2. ผู้ขอรับบริการตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือและเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ก่อนส่งสอบเทียบทุกครั้ง
3. นำส่งเครื่องวัดรังสีที่ต้องการสอบเทียบและคู่มือการใช้งาน (ถ้ามี) แก่เจ้าหน้าที่ตามวันที่นัดหมายในระบบขอรับบริการออนไลน์ โดยสามารถส่งเครื่องมือได้ที่
สถานที่ส่ง/รับเครื่องมือ
ณ สำนักงานส่วนหน้า (TINT-One Stop Service)
อาคาร 9 ชั้น 1 สทน.บางเขน
โทร. 02-4019889 ต่อ 5990 สายตรง 02-5790743
โทรสาร 02-5790220
ณ สำนักงานส่วนหน้า (TINT-One Stop Service)
อาคาร 1 ชั้น 1 สทน.องครักษ์
โทร. 02-4019889 ต่อ 5980
4. รอการดำเนินการสอบเทียบเครื่องวัดรังสีซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน 15 วันทำการ
(กรณีที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนวันนัดรับจะโทรแจ้งและ/หรือส่งอีเมล์แจ้งให้ผู้ขอรับบริการทราบ)
5. ชำระค่าบริการ
– กรณีชำระเป็นเงินสด
สามารถติดต่อชำระเงินได้ที่สำนักงานใหญ่ (องครักษ์) เท่านั้น
– กรณีที่ชำระโดยวิธีการโอนเงินหรือสั่งจ่ายเช็ค
กรุณาส่งหลักฐานให้สถาบันฯล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนเข้ามารับเครื่องมือ
6. ผู้ขอรับบริการสามารถรับเครื่องวัดรังสีและคู่มือการใช้งาน (ถ้ามี) คืน และดาวน์โหลดใบรายงานผลการสอบเทียบได้ทางระบบขอรับบริการออนไลน์ โดยสติ๊กเกอร์จะถูกจัดส่งพร้อมใบเสร็จ
(หากลูกค้ายังไม่ชำระค่าบริการจะสามารถรับคืนได้เฉพาะเครื่องวัดรังสีส่วนใบรายงานผลการสอบเทียบและสติ๊กเกอร์จะได้รับหลังจากที่มีการชำระค่าบริการแล้วเท่านั้น)
* ลูกค้าต้องนำใบนัดรับมาแสดงในวันรับเครื่องมือทุกครั้ง
** ห้องปฏิบัติการไม่มีนโยบายตัดสินผลการสอบเทียบว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
อัตราค่าบริการ
ใบรับรองห้องปฏิบัติการฯ
หนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงรูปแบบ Certificate
นโยบายความเป็นกลาง
นโยบายคุณภาพ
Q&A
หลังจากที่ลูกค้าได้ส่งเครื่องวัดรังสีมาขอรับบริการสอบเทียบที่ห้องปฏิบัติการฯ แล้ว มักมีคำถามตามมาบ่อย ๆ ว่า ค่า Calibration Factor (CF.) ที่ปรากฎในใบรับรองผลการสอบเทียบเครื่องวัดรังสี คืออะไร และมีวิธีการนำไปใช้อย่างไร
ค่า Calibration Factor (CF.) คือ ค่าแก้ไขความคลาดเคลื่อน (Error) ของค่าปริมาณรังสีที่อ่านได้จากเครื่องวัดรังสี โดย
ดังนั้นเมื่อผู้ปฏิบัติงานนำเครื่องวัดรังสีไปใช้ต้องนำค่าที่อ่านได้จากเครื่องวัดรังสีคูณกับค่า Calibration Factor (CF.) ในช่วงการวัด (Range) เดียวกันกับที่ใช้วัดรังสี เพื่อแก้ค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ (Error) ก็จะได้ค่าปริมาณรังสีที่แท้จริง ณ บริเวณที่ปฏิบัติงาน
ตัวอย่าง
ผู้ปฏิบัติงานอ่านค่าปริมาณรังสีจากเครื่องวัดรังสีในบริเวณที่ปฏิบัติงานได้ 100 uSv/h และค่า Calibration Factor (CF.) ในใบรับรองผลการสอบเทียบ มีค่าเท่ากับ 1.05
วิธีคำนวน ปริมาณรังสีที่แท้จริง = 100 uSv/h x 1.05
= 105 uSv/h
ดังนั้น ค่าปริมาณรังสีที่แท้จริงในบริเวณที่ปฏิบัติงาน จะมีค่าเท่ากับ 105 uSv/h
เครื่องวัดรังสีที่สอบเทียบด้วยรังสีแกมมาสามารถนำไปวัดค่าปริมาณรังสีจากเครื่องกำเนิดรังเอกซ์ได้ แต่… ปริมาณรังสีที่วัดได้อาจมีค่าไม่ถูกต้อง เนื่องจากหัววัดรังสีจะมีค่าการตอบสนองต่อรังสีในแต่ละพลังงาน (Energy Response) ที่แตกต่างกัน เมื่อนำไปวัดรังสีที่มีระดับพลังงานแตกต่างไปจากพลังงานที่ใช้สอบเทียบ ก็จะทำให้ปริมาณรังสีที่วัดได้คลาดเคลื่อนไปจากปริมาณรังสีที่แท้จริง
โดยทั่วไป ห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องวัดรังสีจะใช้ต้นกำเนิดรังสีซีเซียม-137 (Cs-137) เป็นต้นกำเนิดรังสีมาตรฐานในการสอบเทียบ ซึ่งต้นกำเนิดรังสี Cs-137 นั้น จะสลายตัวให้รังสีแกมมาพลังงานเดียวคือ 661.7 keV ขณะที่เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์สามารถปรับเลือกพลังงานที่ผู้ปฏิบัติงานต้องการใช้งานได้ เช่น 40 kV, 50 kV, ……, 300 kV เป็นต้น
ทั้งนี้ห้องปฏิบัติการฯ แนะนำให้ผู้ปฏิบัติงานสอบเทียบเครื่องมือให้สอดคล้องกับชนิดและพลังงานของรังสี ที่ใช้งาน เพื่อที่จะได้ทราบค่าปริมาณรังสีที่แท้จริงขณะปฏิบัติงานฯ และเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานฯ เอง
หาก…. เครื่องวัดรังสีถูกสอบเทียบไปกับต้นกำเนิดรังสี Cs-137 ไปแล้ว แต่ผู้ใช้งานมีความจำเป็นต้องนำเครื่องวัดรังสีนี้ไปวัดปริมาณรังสีเอกซ์ ผู้ใช้งานสามารถหาค่าปริมาณรังสีที่แท้จริงได้จาก กราฟ Energy Response ที่ได้จากคู่มือเครื่องวัดรังสี
ภาพที่ 1 กราฟ Energy Response ที่อ้างอิงการสอบเทียบจากต้นกำเนิดรังสี Cs-137
ตัวอย่าง หากผู้ปฏิบัติงานนำเครื่องวัดรังสีได้รับการสอบเทียบกับต้นกำเนิดรังสีแกมมา Cs-137 ไปวัดปริมาณรังสีเอกซ์ที่พลังงาน 60 kV อ่านค่าปริมาณรังสีจากเครื่องวัดได้ 200 uSv/h (ค่าCalibration Factor จากการสอบเทียบกับ Cs-137 มีค่าเท่ากับ 0.95) จงหาค่าปริมาณรังสีที่แท้จริงของรังสีเอกซ์ โดยใช้กราฟ Energy Response ในภาพที่ 1
วิธีคำนวน จากกราฟ Energy Response กำหนดให้
- คือ การตอบสนองต่อรังสีเอกซ์ ที่พลังงาน 60 kV
- คือ การตอบสนองต่อรังสีแกมมา Cs-137 (พลังงาน 662 keV)
ขั้นตอนที่ 1. ผู้ปฏิบัติงานต้องแก้ค่าความผิดพลาดของเครื่องมือจากการสอบเทียบด้วยรังสีแกมมา Cs-137 ก่อน โดย นำค่า Calibration Factor (CF. = 0.95) คูณ กับค่าปริมาณรังสีที่อ่านได้จากเครื่องมือ
ดังนั้น ค่าปริมาณรังสี ณ ขณะปฏิบัติงาน = 200 uSv/h x 0.95
= 190 uSv/h
เมื่อผู้ปฏิบัติงานแก้ค่าความผิดพลาดของเครื่องมือแล้ว ค่า Relative Count rate (แกน x) สำหรับรังสีแกมมา Cs-137 (พลังงาน 662 keV) จะเท่ากับ 1
ขั้นตอนที่ 2. ผู้ปฏิบัติงานต้องแก้ค่าไปที่พลังงานที่ใช้งาน 60 kV จากกราฟจะเห็นว่าเครื่องวัดรังสีตอบสนองต่อรังสีเอกซ์ได้สูงกว่ารังสีแกมมาถึง 4.5 เท่า (นำ 4.5 เท่า ไปหารค่าปริมาณรังสีที่ได้จากขั้นตอนที่ 1.)
เพราะฉะนั้นค่าปริมาณรังสีที่แท้จริง ณ ขณะปฏิบัติงานบริเวณเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ พลังงาน 60 kV จะมีค่าเท่ากับ
= 190 uSv/h / 4.5
= 42.2 uSv/h
สามารถทำได้ โดยมีเกณฑ์ปฏิบัติในกรณีที่ลูกค้าต้องการส่งเครื่องวัดรังสีสอบเทียบกรณีเร่งด่วน ดังนี้
- ลูกค้าต้องจัดส่งเครื่องวัดรังสีที่สทน. สำนักงานใหญ่ (องครักษ์) เท่านั้น
- ลูกค้าต้องนัดหมายกับเจ้าหน้าที่รับตัวอย่างล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- เครื่องวัดรังสีที่ขอรับบริการต้องมีสภาพพร้อมสอบเทียบ (หากตรวจสอบเเล้วพบว่าเครื่องมือชำรุด จะไม่สามารถสอบเทียบตามกรณีนี้ได้)
- ห้องปฏิบัติการฯ สามารถให้บริการกรณีเร่งด่วนได้ ไม่เกิน 3 เครื่องต่อวัน
- ระยะเวลาในบการให้บริการภายใน 3 วันทำการ
- ค่าบริการคิดเป็น 2 เท่าของค่าบริการปกติ
ห้องปฏิบัติการฯ ไม่สามารถสอบเทียบเครื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากเครื่องวิเคราะห์ทั้ง 2 แบบนั้นไม่ใช่เครื่องวัดปริมาณรังสี แต่เป็น “เครื่องกำเนิดรังสี” ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์หาชนิดและปริมาณของธาตุ วิเคราะห์และระบุชนิดสารประกอบ โครงสร้างผลึกของสารประกอบที่มีอยู่ในสารตัวอย่าง ทั้งในเชิงคุณภาพ (Qualitative) และเชิงปริมาณ (Quantitative)
โดยผู้ที่ครอบครองหรือใช้งานเครื่องกำเนิดรังสีจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงและมาตรฐานความปลอดภัยเครื่องกำเนิดรังสี ทั้งนี้สถาบันฯ มีหน่วยงานสำหรับให้คำปรึกษาและให้บริการตรวจประเมินความปลอดภัยเครื่องกำเนิดรังสี ซึ่งท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ e-mail: xray@tint.or.th หรือ โทร 02-4019889 ต่อ 1908
สถาบันฯ มีงานบริการตรวจเช็คและซ่อมเครื่องวัดรังสีให้แก่ผู้ขอรับบริการ โดยบริการดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าบริการสอบเทียบเครื่องวัดรังสี ซึ่งผู้ขอรับบริการสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
e-mail: radins@tint.or.th หรือ โทร 02-4019889 ต่อ 1500
สถาบันฯ ไม่มีเครื่องวัดรังสีสำรองให้ผู้ขอรับบริการยืมใช้งานในระหว่างส่งสอบ
สถาบันฯ มีช่องทางการให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดรังสีในกรณีเร่งด่วน โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการสอบเทียบภายใน 3 วันทำการ ทั้งนี้เครื่องมือของผู้ขอรับบริการจะต้องใช้งานได้ตามปกติและต้องส่งสอบเทียบเครื่องวัดรังสีที่ห้องรับตัวอย่างสำนักงานองครักษ์เท่านั้น